อัลดริดจ์ลาทรานเมียร์

จอห์น อัลดริดจ์ ยอมแพ้กับภาระหนักอึ้งในการกู้สถานการณ์ของทรานเมียร์ โรเวอร์ส ในดิวิชั่นหนึ่งที่กำลังร่อแร่จวนตกชั้นเต็มทนด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มี.ค.

การลาออกของอดีตกองหน้าลิเวอร์พูลมีขึ้นหลังจบเกมดิวิชั่นหนึ่ง อังกฤษนัดล่าสุดที่ ทรานเมียร์ เตะในถิ่นตัวเองพบกับ”เจ้าตูบ” บาร์นสลี่ย์ และ เป็นฝ่ายแพ้ไป 2-3 ทั้งๆที่ขึ้นน่าไปก่อน 2-0 ท่าให้ทีมยังจมอยู่อันดับสุดท้าย ของตารางด้วยผลงานชนะแค่ 8 จาก 35 นัดที่ลงเตะ และมีโอกาสสูงที่จะต้องลง ไปคลุกอยู่ในดิวิชั่นสองในฤดูกาลหน้า

ทรานเมียร์ภายใต้การคุมทีมของอัลดริดจ์ที่เข้ามารับงานตั้งแต่ปีนั่น มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลถ้วยทั้ง เอฟเอ คัพ และ เวิร์ทธิงตัน ลีก คัพ โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศลีก คัพ ก่อนจะแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป ส่วนในฤดูกาล  ก็หลุดเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ ก่อนถูก ลิเวอร์พูล ถล่มพ่ายไป 2-4 ดูราคาบอลได้ที่นี่

 

เดนิชไดนาโมแห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์

หลังจากที่มีปัญหายืดเยื้อ กันมานาน ในที่สุด เยสเปอร์ กรุนชา ก็ได้ย้ายมาร่วมถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เสียที แต่แฟนบอลทีมสิงโตน้ำเงิน ครามอาจจะยังข้องใจอยู่ว่า หมอนี่เป็นใครกันนะ สโมสรถึงได้เทียวไล้เทียวขื่อพร้อมกับยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้ามาร่วมทีม

แม้ว่าเงิน 7.8 ล้านปอนด์ที่ เชลซี ทุ่มลงไปนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของแฟนบอล แต่พวกเขาก็ยังคงสงสัยว่า เยสเปอร์ กรุนชา นั้นเป็นใครกัน

แต่ดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ก็ได้ ผ่านประสบการณ์ในวงการฟุตบอลมาอย่างโชกโชนพอตัว จนน่าจะรับประกัน ได้ว่าเขานั้นจะไม่พบกับความล้มเหลว ในการค้าแข้งบนแผ่นดินเมองผู้ดีแน่

กรุนชาเกิดที่กรีนแลนด์ ขณะที่พ่อแม่ของเขาทำงานชั่วคราวอยู่ที่นั่น ซึ่งเขาเองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับภูมิ หลังของเขาเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อตอนอาย 14 ปี เขาได้ เข้าเป็นนักเตะของ อัลบอร์ก สโมสร ในท้องถิ่น และอีก 3 ปีต่อมาฝันของเขาก็เป็นจริง เมื่อทีมได้ผ่านเข้าไปเล่น ในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่อย่างศึกแชมเปียนส์ ลีก หลังจากที่ ดินาโม เคียฟ ถูกตัดออกจากการแข่งขันจากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนกรรมการ

ทีมจากเดนมาร์กจบเส้นทางของพวกเขาลงด้วยอันดับสุดท้าย ของกลุ่มแต่นักเตะหนุ่มน้อยก็โชว์ฝีเท้าทั้งในเกมฟุตบอลยุโรปและลีก ภายในประเทศได้อย่างจัดจ้าน จนเข้าตาของอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม และในที่สุดก็ถูกยักษีใหญ่แห่งวงการฟุตบอล ฮอลแลนด์คว้าตัวไปร่วมทีม

แต่การย้ายตัวของกรุนชา นั้นก็เต็มไปด้วยปัญหา เมื่อเขาได้เซ็นสัญญากับอาแจ๊กซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าขึ้นก่อนที่จะ ได้สวมเสื้อขาวแดงเพียงแค่ 10 วัน เท่านั้น ทำให้เขาต้องรอคอยโอกาสในการประเดิมสนามให้กับสังกัดใหม่เป็น เวลานานถึง 1 ปีเต็มเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากที่หายกลับมาแล้ว กรุนชาก็ได้กลายเป็น นักเตะคนสำคัญของทีมในกรุงอัมสเตอร์ดัมไปในทันที เมื่อเขาได้ลง สนามและซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะเหนือ ฟอร์ทูน่า ซิททาร์ด 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศศึกดัตช์ คัพ  และจากนั้นเขาก็กลายเป็นสตาร์ของทีมชาติเดนมาร์กในศึกยูโร

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาการ บาดเจ็บก็ได้ตามมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง เมื่อกรุนชาได้ตกลงสัญญากับเชลซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่การย้ายมา ร่วมถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ก็ต้องถูกยืดเวลาออกไปอีก อาการบาดเจ็บโคนขาหนีบทำให้การมายังกรุงลอนดอนต้อง ล่าข้าออกไปจนกระทั่ง แต่ภายหลังจากที่เขาได้ ประเดิมสนามในเกมสำคัญอย่างศึก ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์กับ อาร์เซน่อล ปีกฝีเท้าจัดก็ได้กลายเป็นที่จดจำของทุกคน และพร้อมแล้วที่จะสร้างชื่อ ของเขาในลีกที่ดีที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ชิพ

“มันเป็นเรื่องยากเสมอ เมื่อคุณจะต้องพูดถึงฟอร์มการเล่นของตัวเอง แต่ผมก็คิดว่าผมเล่นได้ โอเคนะสำหรับนัดแรก”

“ผมรอคอยมานานกว่าที่จะได้ลงสนามนัดแรก แต่ในตอนหลัง ผมก็แฮปปี้กับมัน ในตอนนี้ผมฟิตเต็มที่แล้วและก็รู้สึกว่าพร้อมแล้วที่จะกลับ มาโชว์ฟอร์มที่ดี ผมรู้ว่าเกมในอังกฤษย่อมแตกต่างจากที่ผมเคยผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมอย่างที่ผมลงเล่น กับอาร์เซน่อล ซึ่งเป็น 1 ในทีมที่ดี ที่สุดของยุโรป”

“เกมฟุตบอลในอังกฤษมีมาตรฐานที่สูง แน่นอนพรึเมียร์ชิพเป็น 1 ในลกที่ดที่สุดในโลีก มันมีการเข้า ปะทะกันมากกว่าในลีกดัตช์ซึ่งที่นั่นเน้น ในเรื่องของเทคนิคการเล่นมากกว่า”

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เกมฟุตบอลอังกฤษจะไม่มีเทคนิคการ เล่นที่ดี แต่มันก็แตกต่างกัน เนื่องจาก ทุก ๆทีมจำเป็นเล่นเกมที่หนักในแต่ละ สัปดาห์” ปีกทีมชาติเดนมาร์กกล่าว

กรุนชายอมรับว่าเขารู้สึกประหลาดใจในเรื่องอาการบาดเจ็บ โคนขาหนีบที่ค่อนข้างจะรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการย้ายมาร่วมทีม เชลซี

“อาการบาดเจ็บที่ปรากฏ เลวร้ายกว่าที่ผมคิดเอาไว้ในตอนแรก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ผมรู้สึกผิดปรกติที่กระดูกเชิงกราน ซึ่งผลปรากฏว่ากล้ามเนื้อบางส่วนของผมบวมขึ้น ขณะที่บางส่วนก็ลบลง”

“ในตอนนี้ผมหวังว่าตัวเอง จะได้รับเลือกให้ลงสนามเป็นตัวจริงให้ กับเชลซี ผมสามารถเล่นได้มากกว่าตำแหน่งปีก และสิ่งที่ผมเข้าใจก็คือ เชลซีไม่มีนักเตะอย่างผมเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จุดเด่นของผมอยู่ที่สปีดความเร็วและการเลี้ยงบอล ตำแหน่งที่ผมเล่นได้ดีที่สุดคือกองหน้า ทางฝั่งซ้าย แต่ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร หากจะให้เล่นทางด้านขวา เนื่องจากผมถนัดเท้าขวา”

และจากปัญหายอดฮืตของ เชลซีในฤดูกาลนี้ ทำให้หลายคนต่าง เฝ้าจับตามองว่า ปีกดาวรุ่งรายนี้จะทน รับกับระบบหมุนเวียนนักเตะของเคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาว อิตาเลียนได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะย้ายเข้ามาร่วมทีม กรุนชาได้ให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชนว่า “บรรดานักเตะซูเปอร์สตาร์ต่างถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนาม การถูกจับดองนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่สำหรับอาชีพการค้าแข้งของ คุณ ดูอย่าง ทอเร่ ยังเดร โฟล หรือ นักเตะดาวรุ่งรายอื่นๆของเชลซี พวกเขาจะมีสักกี่คนที่ได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริง ?”

แต่หลังจากที่กรุนชาตัดสิน ใจจรดปากกาเซ็นสัญญายายมาร่วมทีม เขาได้ออกมาสยืนยันว่า “ผมไม่เคยรู้สึก ลังเลใจเลยกับการย้ายมาร่วมทีมเชลซี “พวกเขาเป็นสโมสรที่ใหญ่”

แม้ว่าทุกอย่างอาจจะไม่ เป็นอย่างที่เขาหวังเอาไว้ แต่ดาวเตะ รายใหม่ของเชลซีก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องจากเกมฟุตบอลไป เนื่องจาก เขาได้เล่าเรียนหนังสือจนจบแล้วที่เดนมาร์ก เพราะฉะนั้น เมื่อวันหนึ่งข้างหน้าที่เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอล เขาก็จะมีความรู้ที่เอาไปใช้ได้ในอนาคต

“หลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอล ผมอาจจะไปและทำอะไรบางอย่างใน สถาบันที่สามารถจะให้ความรู้กับผมได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นการทำงานในแบงก์ก็ได้ เนื่องจากผมค่อนข้างที่จะเก่งในเรื่องตัวเลข”

อย่างไรก็ตามแฟนบอล เชลซีก็หวังว่า กรุนชานั้นจะประสบความสำเร็จกับเส้นทางการค้าแข้งของเขา ก่อนที่จะตัดสินใจผันตัวไปเป็นนายธนาคารมองบอลอย่างเฉียบขาดที่ http://www.7mscorethai.com/ทรรศนะบอล.html

ร้องไห้ทำไมถึงต้องมีน้ำตา

ทำไมเวลาร้องไห้ จึงมีน้ำตาไหลออกมา ?

วันนี้โลโซนั่งเครียดกับชีวิตเรื่องต่างอยู่ก็คิดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำไมร้องไห้ถึงต้องมี น้ำตาที่แปลกมาๆคือ มันมีกันทุกๆสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เรามาหาคำตอบกัน

โดยมากแล้วมักจะมองกันว่า น้ำตาเป็นเครื่องหมาย ของความอ่อนแอ คนที่ร้องไห้จึงถูกมองได้ว่าเป็นคนอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยต้องแอบร้องไห้ ไม่ให้ใครเห็น และมีอีกไม่น้อยเหมือนกันที่ร้องไห้อยู่ข้างใน หรือประเภทน้ำตาตกใน อะไรทำนองนั้น ลองฟังเรื่องราวต่อ ไปนี้ดูแล้วคุณจะรู้ว่า การร้องไห้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน

เชื่อว่าหลายท่านพอจะทราบมาบ้างแล้วถึงประโยชน์ บางประการของการร้องไห้ แต่ขออนุญาตนำมากล่าวซ้ำอีก ครั้งในที่นี้ สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ส่วนคนที่ทราบอยู่แล้ว ถือว่าเป็นการทบทวนความรู้เก่าก็แล้วกัน

ก่อนอื่นเพื่อเป็นการตอบคำถามข้างต้นไปในตัว จะขอย้อนไปถึงมูลเหตุที่มีน้ำตาไหลออกมาในขณะที่เราร้องไห้ ซึ่งจะเป็นคำตอบเดียวกัน กล่าวคือ การที่คนเรามี’น้ำตาไหลออกมาในเวลาร้องไห้ ก็เพื่อหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นของ ดวงตาให้อยู่ในภาวะที่พอเหมาะพอดี รวมทั้งเพื่อขจัดสาร เคมีบางอย่าง ที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเมื่อเกิดความ เครียด เสียใจ หรือกลัว ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะทางอารมณ์ นอกจากนี้ น้ำตายังช่วยในการทำความสะอาดดวงตา อีกทางหนึ่งด้วย เช่น กรณีฝุ่นเข้าตา ก็จะมีน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา เพื่อช่วยชะล้างฝุ่นละอองให้ออกมาจากตาพร้อมกับน้ำตา น้ำตาจึงช่วยชะล้างดวงตาให้สะอาดอยู่เสมอ รวมทั้ง ยังช่วยชะล้างความเศร้าโศกภายในใจอีกทางหนึ่งด้วย การร้องไห้จึงมีประโยชน์ด้วยประการฉะนี้

จอนลูก้า วิอัลลี่

จอนลูก้า วิอัลลี่ ประวัติกุนซือคนโปรดปราน

คงจะไม่มีใครเถียงว่าความสำเร็จในฟุตบอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ รวมไปถึงการทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนนั้น คือสิ่งที่ช่วยรั้งก้นของกุนซือชาวอิตาเลียนจอมเซ็กซ์จัดคนนี้ไว้กับเก้าอี้ผู้จัดการเชลซีอย่างแท้จริง แต่ถ้าในฤดูกาลนี้ ดูถ้ายังไม่สามารถทำผลงานในลีกได้แบบเป็นชิ้นเป็นอันละก็เชื่อแน่ว่าเคน เบตส์ ประธานหน้าเคราของสโมสรสิงโตน้ำเงินคราม คงจะไม่ใจดีปล่อยให้เขา เพ่นพ่านอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์อีกอย่างแน่นอน

ระบบการเล่น : รูปแบบการโจมตีของทีมสิงโตลอนดอน คือการให้บอลกันอย่างแน่นอน และแม่นยำ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าไปพร้อมกันอย่างเร็ว แต่บางทีแผนการดังกล่าวก็ไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก เนื่องจากบางทีพอถึงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มบริเวณหน้าประตูแล้วพวกเขากลับทำผิดพลาดกันไปเองเสียหมด

 

จอนลูก้า วิอัลลี่

เหตุการณ์สำคัญเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา : เกมที่ถล่มบาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่จากสเปนไปถึง 3-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินในเกมยุโรป เช่นนี้ ไม่เท่านั้นยังเป็นการเอาชนะทีมที่ดีที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปอีกด้วย

ช่วงเวลาที่น่าจดจำ : คงจะเป็นเหตุการณ์ไหนไปได้ นอกจากเกมที่กระทืบ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เละเทะจนแทบจะกลับโลงไม่ถูกถึง 5-0 นั่นเอง ซึ่งเกมดังกล่าวนั้นเหมือนเป็นเสียงระฆังบอกสัญญาณเพื่อเรียกผู้คนทั้งชาติมาดูให้เห็นกับตาว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะทำหน้าอย่างไร เมื่อลูกๆ สุดที่รักของเขาถูกเชลซีชำเราเสียจนเละเทะถึงปานนั้น

ช่วงเวลาที่น่าลืม : เกมที่แพ้วัตฟอร์ด 0-1 นั่นไง มันเป็นเกมที่ย่ำแย่เอามากๆ ทีเดียว บรรดานักเตะต่างไม่มีความเข้าอกเข้าใจกันในเกมแม้แต่น้อย เหมือนต่างคนต่างเล่นไร้ซึ่งความสามารถ อย่างแท้จริง แต่บางทีมันก็ไม่แปลกใจเลยที่ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเช่นนั้น ในเมื่อกัปตันทีมเชลซี ในเกมนั้นมีชื่อว่า “คริส ซัตดัน!”

ประตูยอดเยี่ยม : ลูกยิงของกุสตาโว โปเยต์ กองกลางคนเก่งชาวอุรุกวัย ในเกมแรกของซีซั่นที่ถล่มทีมน้องใหม่อย่างซันเดอร์แลนด์นั่นเอง เกมนั้นทีมเวิร์กและประสิทธิภาพในการทำประตูของพวกเขายอดเยี่ยมมากทีเดียว และฟอร์มของเชลซี ในเกมนั้นบาดตามาก จนถึงขนาดที่มีผู้เชี่ยวชาญ บางคนฟันธงลงไปเลยว่า สิงโตน้ำเงินครามมีสิทธิที่ จะขึ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ในฤดูกาลก่อนมาครองได้เลยทีเดียว

ประตูที่น่าสยดสยอง:ก็คือลูกยิงที่แทบจะไม่มีมุมเลยของเอ็นวานโก้ คานู หัวหอกไนจีเรีย ของอาร์เซน่อล ในเกมที่เชลซีแพ้ไอ้ปืนโตไปอย่าง หวุดหวิด ซึ่งอย่างว่าเอ๊ด เดอ ฮุย นายประตูชาวดัตช์ ของเชลซีในวันนั้นเลย ที่ไม่มีทางเซฟลูกยิงของดาว ยิงจอมลีลาผู้นี้ไม่ว่าจะเป็นนายทวารหน้าไหนในโลก ก็ไม่มีทางรับลูกสุดพิสดารของคานูในเกมนั้นได้อย่าง แน่นอน

นักเตะที่ไม่อยากเจออก : หลุยส์ ฟิโก้ จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส อดีตนักเตะของบาร์เซล่า ที่ย้ายข้ามฟากไปร่วมทีมคู่ปรับอย่าง รีล มาดริด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประตูของฟิโก้ที่สามารถยิงเชลซีได้นั้นคือประตูดับฝันสิงโตลอนดอนในสศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อย่างแท้จริง และถ้าอยากรู้ว่าดาวเตะโปรตุกีสรายนี้ฝีเท้าน่าสยดสยองแค่ไหน ก็ให้ไปถามนักเตะทีมชาติอังกฤษกันเอาเองก็แล้วกัน

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล : แน่นอนที่จะต้องเป็นเขาคนนี้ “เดนนิส โวส์” ยอด มิดฟิลด์จอมบู๊ของทีม ไวส์ซี่นั้นเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า สำหรับเชลซีอย่างแท้จริง ความสามารถของเขามีครบเครื่องทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นลูกบู๊สู้ไม่ถอย ที่นับ วันจะดุเดือดมากขึ้นทุกขณะทั้ง ๆ ที่อายุอานามก็แตะเลข 3 เข้าไปแล้วด้วยซ้ำ อีกทั้งยังสามารถผ่านบอล ให้เพื่อนร่วมทีมเข้าทำประตูได้อย่างสมาเสมออีกต่างหาก และที่สำคัญกัปตันหัวแบนผู้นี้มักจะสอดขึ้น มายิงประตูสำคัญๆ ให้กับทีมได้อีกด้วย

นักเตะที่น่าจับตามอง : จอห์น ฮาร์ลี่ย์ แบ๊กซ้ายดาวรุ่งของทีม จริงอยู่ที่ขณะนี้เขาจะไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามมากเท่าที่ควร ทว่าเมื่อไหร่ ก็ตามที่เด็กหนุ่มผู้ถนัดเท้าซ้ายผู้นี้พัฒนาตัวเองขึ้นมาได้อย่างเต็มที่แล้วละก็เชลซีจะได้รับประโยชน์อันมหาศาลจากฝีเท้าของเขาอย่างแน่นอน