Fulham v Chelsea

เอลเทล กลุ้ม นักเตะเจ็บอื้อ

เอลเทล กลุ้ม นักเตะเจ็บอื้อ

เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษต้อง พบกับปัญหาปวดหัวอีกแล้ว เมื่อบรรดาลูกทีมของเขา ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บกันเป็นระนาว จนทำให้เขาเหลือนักเตะที่มีความฟิตสมบูรณ์เพียงแค่ 13 คนเท่านั้น ซึ่ง เอล เทล คงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสเปนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างระมัดระวัง ยิงขึ้น

เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์1

สตีฟ ฮาววี่ย์ และ เจมี่ เร้ดแน็ปป์ สองผู้เล่น คนสำคัญของทีมชาติอังกฤษนั้นโชคร้ายได้รับบาดเจ็บไปก่อนแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ล่าสุด โทนี่ อดัมส์, ดาร์เรน นอนเดอร์ตัน และ อลัน เชียเรอร์ ต่างก็พร้อมใจกันเจ็บอก ทำให้เวนาเบิ้ลส์ต้องปวดหัวหนักในการจัดทัพใหม่ โดย คาดว่าเขาคงจะส่ง สตีฟ สโตน ลงเล่นปีกขวาแทน แอนเดอร์ตัน ส่วนแม็คมานามาน คงต้องโยกไปเล่นเป็น ปีกซ้ายแทน

บลินด์หวังสยบฝรั่งเศสเร่งผสานรอยร้าวในทีม

แดนนี่ บลินด์ กัปดันทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องรับบทเป็นทูตสันติภาพจำเป็น ด้วยการผสานรอยร้าวที่ เกิดขึ้นภายในทีม เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะฝรั่งเศส และผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้

หลังจากที่ฮอลแลนด์พลาดท่าพ่ายต่ออังกฤษ ไปถึง 1-4 ทำให้หลายๆ ฝ่ายต่างพากันตำหนิติเตียนและ โจมตีผลงานของพวกเขาอย่างหนัก นอกจากนี้บรรยากาศ ภายในทีมเองก็ยังไม่เรียบร้อยมากนัก เมื่อ กุส ฮิดดิ้ง โค้ช ของทีมจัดการส่งตัว เอ็ดการ์ ดาวิดส์ สตาร์คนหนึ่งของทีมกลับบ้านไปก่อน

บลินด์ พยายามออกมาแก้ต่างว่า ข่าวทั้งหลายที่ เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงข่าวลือ โดยเขาอ้างว่า เขาอยู่ร่วมกับ ทีมมานานแล้ว ซึ่งมันไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน แต่ความพ่ายแพ้อย่างนำอัปยศที่สนามเวมบลีย์ ก็ส่งผลกระทบให้กับทีมอยู่บ้างเช่นกัน เพราะนี้เป็นสิ่งที่เลวร้าย ที่สุดในรอบ 21 ปีที่ผ่านมา

บลินต์กล่าวว่า “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือการที่ทีม มีความคิดที่ไม่ตรงกัน ปกติแล้วพวกเราไม่เคยมีปัญหา อะไรกัน แต่ในเกมเมื่อนัดที่แล้วก็มีบ้าง เพราะผู้เล่นบาง คนนั้นต้องการที่จะขึ้นไปเล่นเกมรุกมากกว่าการที่ต้องอยู่ด้านหลัง”

หนูน้อยวัย 12 ปีโชคดีได้รองเท้าบิ๊กแม็ค

หนูน้อยวัย 12 ปีโชคดีได้รองเท้าบิ๊กแม็ค

แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ กัปตันทีมชาติสก๊อตแลนด์ เกิดอาการเซ็งสุดขดที่ยิงจุดโทษไม่เข้า ทำให้พวกเขาต้อง พ่ายแพ้ต่ออังกฤษไป 0-2 เขาจึงโยนสตั๊ดอับโชคคู่นั้นให้ แก่เด็กน้อยวัย 12 ปี คนหนึ่ง

ลุค มายริ่ง คือเด็กน้อยผู้โชคดี ที่ได้รับสตั๊ดของ ซูเปอร์แม็คไป ซึ่งเจ้าหนูวัย 12 ปีรายนี้ ก็ได้กล่าวอย่างดีใจสุด ๆ ว่า “ผมโชคดีจริง ๆ แกรี่ บอกกับผมว่า ทางนี้ไอ้หนู มาเอารองเท้าของฉันไป แล้วเขาก็มาจับมือกับผมด้วย”

นอกจากเจ้าหนูมายริ่งคนนี้แล้ว ก็ยังมีแฟนบอล ชาวสก๊อตอีกรายหนึ่งที่อยากได้รองเท้าสตั๊ดคู่ดังกล่าว เช่นเดียวกัน เขาจึงขอซื้อต่อจากหนูน้อยรายนี้ด้วยเงิน 50 ปอนด์ หรือราวๆ 2,000 บาท แต่เจ้าหนูก็ปฏิเสธที่จะขายสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิดของเขาให้กับชายผู้นั้น

ผู้ตัดสินตาถั่วชาวสวีดิช  ยังไค้เป่าในรอบก่อนรองฯ ต่อ

เลฟ ชุนเดลล์ ผู้ตัดสินชาวสวีดิช ที่ทำหน้าที่ ของตนเองผิดพลาดด้วยการไม่ยอมเป่าให้จุดโทษแกdjฮอลแลนด์ในนัดที่พบกับสก๊อตแลนด์ จนทำให้ทีมจากแดนกังหันลมต้องชวดโอกาสที่จะคว้าชัยชนะได้ในนัดนั้นไป ยังคงมีรายชื่อให้ทำหน้าที่ต่อในเกมการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง เยอรมัน กับ โครเอเชีย

ชุนเดลล์ไม่ยอมเป่าให้ฮอลแลนด์ได้จุดโทษใน นัดนั้น จึงถูก กุส ฮิดดิ้ง โค้ชของทีมกังหันลมวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนักโดยเขากล่าวถึงจังหวะที่ จอห์น คอลลินส์ ใข้มีอปัดลูกยิงของ คลาเรนช์ ชีดอร์ฟ ที่หน้าประตูว่า “มัน เป็นลูกแฮนด์บอลชัด ๆ แม้แต่ตัวของคอลลินส์เองยังยอมรับ แต่ผู้ตัดสินรายนี้กลับไม่เห็น ซึ่งการตัดสินเกมในระดับทีมชาตินั้น คุณต้องหูไวตาไวกับเรื่องประเภทนี้ การตัดสิน ของชุนเดลล์ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงและแย่มากจริง ๆ อันที่จริงแล้วเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย”

เจ้าของผับผวากิจการเจ๊งถ้าสิงโตยิงสเปน

จอห์น ฮัดสัน เจ้าของผับแห่งหนึ่งในเมืองผู้ดี ถึงกับบ่นว่า กิจการของเขาต้องเจ๊งแน่ หากอังกฤษยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนอย่างนัดที่ขยี้ฮอลแลนด์ กระจุย 4-1

สืบเนื่องจากกรณีที่ฮัดสันประกาศลงโฆษณา ทางหน้าหนังสือพิมพ์ก่อนที่ศึกยูโร 96 จะเริ่มออกสตาร์ด ว่าทางร้านของเขาจะแจกเครื่องดื่มฟรีไม่อั้น เป็นเวลา 3 นาที ในทุกๆ ประตูที่อังกฤษยิงใต้ แต่เฉพาะในเกมที่ อังกฤษถล่มฮอลแลนด์ไปถึง 4-1 นั้น ทำให้ผับของเขา ต้องแจกเครื่องดื่มให้แก่ลูกค้าฟรีถึง๓อบ 200 แก้วทีเดียว อัดสันกล่าวว่า”ผมเองก็ดีใจไม่น้อยที่อังกฤษชนะ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาต้องชนะอย่างถล่มทลาย เช่นนี้ด้วย ผมก็ได้แต่หวังว่า ในนัดหน้าพวกเขาจะเล่นกัน อย่างระมัดระวังมากขึ้น เอาเป็นว่าขอให้พวกเขาชนะแต่ แค่ประตูเดียวก็พอนะ”

ฮอลแลนด์

น.ส.พ. ผู้ดีหันมาสดุดีเจ้าภาพถูก เอล เทล ด่าทรยศ

 

หนังสือพิมพ์ของอังกฤษต่างพากันกลับลำโดย การพาดหัวข่าวชื่นชมสดุดีกับชัยชนะที่อังกฤษมีต่อฮอลแลนด์ถึง 4-1 ว่า เป็นผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศ ก่อนหน้านี้บรรดาสื่อมวล ชนตางพากันลงข่าวโจมดีว่าทีมสิงโตคำรามจะไปไม่ถึง ดวงดาว เพราะโชว์ฟอร์มได้สุดห่วย

ฮอลแลนด์1

หลังจากที่ลูกทีมของ เอล เทล เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลล์ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการถล่มทีมอัศวินสีส้ม ไปอย่างพลิกความคาดหมายถึง 4-1 ทำให้พวกเขาได้รับการการันดีว่าจะได้ผ่านเข้าไปล่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ และ โอกาสที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ก็สดไสเพิ่มขึ้นอีก บรรดา หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายฉบับของอังกฤษจึง พากันลงข่าวแสดงความชื่นชมผลงานของพวกเขา โดยเปรียบเทียบว่าขุนพลของทีมสิงโตคำรามในชุดนี้ยอดเยี่ยม ไม่แพ้กับชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เมื่อปี 1966

หนังสือพิมพ์ “เดอะ ซัน” กล่าวว่า อังกฤษชุด นี้เป็นการย้อนสู่ปี 1966 ส่วนหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ ก็ ลงข่าวในลักษณะเดียวกัน เข่น “นี่เป็นฟอร์มที่ทุกชาติจะต้องยกย่อง” หรือ “นี่เป็นชั่วโมงที่วิเศษที่สุดของเราในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา” เป็นต้น โดยบรรดาสื่อมวลชนเหล่านี้พา กันยกย่องนักเตะของอังกฤษจนลืมเรื่องที่พวกเขาได้เคย วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหดการณ์ที่ขุนพลสิงโตคำรามเมาแล้ว ทำลายทีวีบนเครื่องบินเมื่อกลับจากทัวร์ที่เอเชีย รวมทั้ง เรื่องที่โชว์ฟอร์มห่วย เสมอกับสวิตเซอร์แลนด์ในนัดเปิด สนามไป 1-1 ด้วย

นอกจากนี้โปรแกรมทีวีของเมื่อวันพุธที่ 19 มถุนายน ก็นำข่าวการฉลองชัยชนะของอังกฤษมาเสนอ ให้ชมโดยมีการพูดถึงชัยชนะในนัดนี้ว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก ทำให้ความฝันของแฟนบอลเมืองผู้ดีใกล้จะกลายเป็น ความจริง เพราะในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ ทีมเจ้าภาพจะลงเตะกับสเปนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

อย่างไรก็ดี เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ กุนชือของทีมชาติอังกฤษก็ออกมาให้ความเห็นว่า การกระทำของบรรดาสื่อมวลชนในอังกฤษเป็นเหมือนพวกทรยศ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาได้ลงข่าวโจมดีตนเอง และลูกทีมอย่างเสียหาย แต่เมื่อผลงานของทีมดีขึ้น ก็กลับมายกย่องชื่นชม ซึ่งตนไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเลย

เต็มใจแพ้แม้โดนด่าเละ

เกมนัดนี้ โครเอเชียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเล่นไม่สมศักดิ์ศรี เนื่องจากว่าส่งนักเตะตัวสำรองลงไปเล่นแทนตัวจริงหลายคน เก็บดูเปอร์ส ตาร๙อย่าง ดาวอร์ ซูเคอร์, ซโวนิเมียร์ โบบัน และ โรเบิร์ต โปรซิเนซกี้ เอาไว้ แต่ว่าหลังจากโดนโปรตุเกสไล่ยำใหญ่โนครึ่งแรก มิโรสลาฟ บลาเซวิช กุนซือ มาดเข้มก็ทนดูไม่ได้ เปลี่ยนตัวรวดเดียวส่งดาวดังลงมากู้สถานการณ์ยกใหญ่ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ไหว ต้อง พ่ายไปอย่างหมดรูป

ซึ่งหลังจบเกมบลาเซวิชก็ได่ให้เหตุผลว่าเขา ต้องการเก็บผู้เล่นตัวจริงเอาไว้เพราะว่ายังมีอาการ บาดเจ็บกันอยู่ และโครเอเชียก็เข้ารอบแน่นอนร้อย เปอร์เซนต์แล้ว ถึงแม้จะแพ้ก็ตาม เขาไม่ได้มีเจตนา จะแกล้งเดนมาร์กที่มีลุ้นเข้ารอบถ้าหากว่า โปรตุเกส แพ้โครเอเชียในนัดนี้

โปรตุเกสจัดนักเตะชุดใหญ่ลงเล่นในนัดนี้ อย่างครบครัน เพราะต้องการชัยชนะเพื่อรับประกันโอกาสในการเข้ารอบ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จไล่ต้อนโครเอเชียเอาอยู่ข้างเดียว และจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ พวกเขาในนัดนี้ สร้างความมั่นใจเป็นอย่างมาก ใน การที่จะลงทำศึกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ทั้งสองทีมนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็น “ม้ามีด” มาสร้างความฮือฮาในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเป้าหมายแรกของพวกเขาก็ทำกันได้สำเร็จแล้ว แต่ หนทางสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ยังเหลืออีกหลายด่าน ซึ่งมักจะเป็นบททดสอบอย่างแท้จริงสำหรับพวกเขาว่า เป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงหรือไม่ ผู้ทำประตู 1-0 หลุยส์ ฟิโก้ (น.4), 2-0 เจา ปินโต้ (น.33), 3-0 โดมิง,โกส โอลิเวร่า (น.83) ผู้ชม : 20,484 คน

กรรมการ : แบร์นด์ ไฮเนมันน์ (เยอรมัน)

ใบเหลือง โปรตุเกส: -

โครเอเชีย :.อีกอร์ ปามิช (น.10), โรเบิร์ต ยาร์นี่ (น.29), ดูบราฟโก้ พาฟลิซิช (น.36)

รายชื่อผู้เล่นพร้อมหมายเลข

โปรตุเกส : 1 วิเตอร์ บาย่า, 2 คาร์ลอส เซเครตาริโอ, 5 เฟอร์นันโด เคาโต้, 16 เฮลเดอร์ คริสโตเวา, 13 ดิมาส เตเซร่า, 4 โอเชียโน่ ครูซ, 19 เปาโล ซูซ่า (6 โฮเซ่ ตาวาเรซ น.70), 10 รุย คอสตา (14 เปโดร บาร์เนซ่า น.61), 20 หลุยส์ ฟิโก้, 9 ซา ปินโต้ (15 โดมิงโกส โอลิเวร่า น.46), 8 เจา ปินโต้

โครเอเชีย : 12 มาริยาน เมอร์มิช, 3 โรเบิร์ต ยาร์นี่, 6 สลาเวน บิลช์, 14 ซโวนิเมียร์ ซอลโต้, 15 ดูบราฟโก้ พาฟลิซิช, 8 โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้ (7 อัลยอซ่า อซาโนวิช น.46), 16 มลาเดน มลาเดโนวิช (10 ซโวนิเมียร์ โบบัน น.46), 20 ดาริโอ ซิมิช, 17 อกอร์ ปามิช (9 ดาวอร์ ซูเคอร์ น.46), 19 โกรัน วลาโอวิช, 2 นิโคล่า เยอร์เซวิช

เดนมาร์ก 1

อวสาน “เทพนิยายเดนส์”

ถึงแม้ว่าตุรกีจะแพ้รวดทั้ง 3 นัดในรอบแรก แต่ก็สามารถเดินยืดอกกลับบ้านได้อย่างภูมิใจ พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสปิริตอันยอดเยี่ยมม่งมั่นอย่างเต็มที่ และก็เล่นได้ดีทุกนัด มีอยู่เพียงแค่สิงเดียวที่พวกเขา ขาดไป นั่นก็คือ ประสบการณ์ในเกมระดับนี้ ซึ่งเรา จะเห็นได้ว่าข้อผิดพลาดในการเสียประตูจะมาจาก สาเหตุนี้

เดนมาร์ก

ทางด้าน “แชมป์เก่า” เดนมาร์กนั้นเราต้อง ยอมรับว่าในศึกยูโร 96 ครั้งนี้ สภาพทีมของพวกเขา เทียบไม่ได้กับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ริชาร์ดโมลเลอร์นิลเซ่น กุนซือของทีมจำเป็นต้องเน้นเกมรับมากกว่าเดิม เพราะทีมชุดนี้ยังขาดนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวดีเยี่ยมในการเปิดเกมรุกเข้ากดดันคู่ต่อ$ ลำพัง เพียงแค่ ไบรอัน เลาดรู๊ป นั้นไม่สามารถจะสร้าง ความมหัศจรรย์ได้อีกเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว

เกมนัดนี้ เดนมาร์ก ยังมีลุ้นเข้ารอบอยู่ แต่โอกาสน้อยเต็มที ส่วนตุรกีนั้นตกรอบไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งสองทีมก็สู้กันอย่างเต็มที่ ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ได้ชมการยิงประตูถึง 3 ลูก หลังจากจบทัวร์นาเมนต์ที่แล้ว ตุรกีได้ยกระดับฝีเท้าของตัวเองขึ้นมา และดูเหมือนอนาคตข้างหน้าสดใสซาบซ่าไม่น้อยเป้าหมายต่อไปของพวกเขานั่นก็คอฟุตบอลโลกรอบ สุดท้ายที่ฝรั่งเศส ส่วนเดนมาร์กนั้นก็คงต้องไปสร้าง สายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนสตาร์ดังหลายคนที่โรยราลงไปทุกที เพื่อกลับมาสร้างสีสันให้กับวงการ ฟตบอลโลกอีกครั้ง

ผู้ทำประตู : 1-0ไบรอัน เลาดรู๊ป (น.49), 2-0อลัน นิลเซ่น (น.69), 3-0 ไบรอัน เลาดรู๊ป (น.84)

ผู้ชม : 28,951 คน

กรรมการ : นิโคไล เลฟนิคอฟ (รัสเซีย)

ใบเหลือง

เดนมาร์ก : โธมัส เฮลเวจ (น.ร6), เฮนริค ลาร์เซ่น (น.80)

ตุรกี : ตูเกย์ เคริม็อกลู (น.44), เตย์ฟัน คอร์คท (น.60), รุสตู เร็คเบอร์ (น.89)

รายชื่อผู้เล่นพร้อมหมายเลข

เดนมาร์ก : 1 ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, 8 เคล้าส์ ธอมเซ่น, 5 เจนส์ โฮจ, 3 มาร์ค รีเปอร์, 6 ไมเคิ่ล 6 ชินเปิร์ก(13 เฮนริค ลาร์เซ่น น.46), 2 โธมัสเฮลเวจ, 15 เอริค โบอันเดอร์เซ่น, 7ไบรอัน สตีนนิลเซ่น, 17 อลัน นิลเซ่น, 10 ไมเคิ่ล เลาดรู๊ป, 11ไบรอัน เลาดรู๊ป

ตุรกี : 22 รุสตู เร็คเบอร์, 2 เรเซ็ป เซดิน (20 บูเลนท์ คอร์กมาซ น. 68), 3 อัลเปย์ โอซาลัน, 4 เวดัต อินซีฟ, 17 อับดุลลาห์ เออร์คาน, 15 เตย์ฟัน คอร์ดัท, 5 ตูเกย์ เคริม็อกลู, 7 ฮามี่ แมนดิราลี่,8 โอกุน เตมิซคาน็อกลู, 11 ออร์ฮาน ซิเคอริคซี่ (14 ซาฟเฟ็ต ซานซาคลี น.65), 9 ฮาคาน ยูเคอร์ (18 อารีฟ เออร์เดม น.46)

สกอร์นี้มีความหมาย

สาธารณรัฐเชก สร้างความฮือฮาครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อสามารถล้มยอดทีมอย่างอิตาลีมาในนัดที่แล้ว ทำให้ โอกาสที่พวกเขาจะได้เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายสด ใสเป็นอย่างมาก เกมนัดนี้เขกต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้ม เพราะอิตาลีนั้นพบศึกหนักต้องไปวัดดวงกับเยอรมัน ส่วนทางด้านรัสเซียนั้นต้องลุ้นกันหลายตลบจึงจะมีสิทธิได้เข้ารอบ เพราะพ่ายรวดมาสองนัด

เชกเริ่มต้นได้สวยนำไปก่อนอย่างรวดเร็วถึง 2 ประตูคลายความกดต้นไปได้เยอะ จังหวะโต้กลับอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดของพวกเขาสร้างความปั่นป่วนอย่าง หนักให้กับรัสเซีย แต่พอย่างเข้าสู่ครึ่งหลังสถานการณ์ เริ่มจะพลิกผัน เพราะนักเตะจากแดน “หมีขาว” รวมพลังทะลวงประตูทีเดียว 3 เม็ดรวด พลิกกลับขึ้นมานำเป็น 3-2 ซึ่งถ้าหากว่าสกอร์จบลงแบบนี้ และผลคู่อิตาลีกับเยอรมันออกมาเสมอกัน เชกจะตกรอบทันที

แต่ปาฏิหาริย์ที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมาใน ช่วงท้ายเกมเมื่อ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ตัวสำรองที่ได้ลงมาเล่น กลายเป็นฮีโร่หลุดไป ซัดประตูอันมีค่าช่วยให้เชกตีเสมอได้สำเร็จ และเมื่อผลออกมาเสมอกันทั้งสองสนาม ก็ทำให้อิตาลีเป็นทีมที่โชคร้าย เก็บข้าวของกลับบ้านไปเร็วเกินคาด

ผลงานของเขกในครั้งนี้ไม่ใช่ฟลุกอย่างแน่นอน มาจากบมือล้วน ๆ นักเตะทุกคนในทีมมีพื้นฐานและเบสิก ดีเอามากๆ สามารถเอาตัวรอดได้ในพื้นที่แคบๆ และสถานการณ์คับขันได้อย่างยอดเยี่ยม คู่ต่อสู้ในด่านต่อไป จะเป็นบทพิสูจน์ว่าพวกเขาเข้ารอบมาเพราะดวงหรือฝีเท้ากันแน่

ผู้ทำประตู : 1-0 แจน ซูโชพาเร็ค (น. 6), 2-0 พาเวล คูคา (น. 19), 2-1 อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย (น. 49), 2-2

โอมาร์ เตตรัดเซ่ (น. 54), 2-3 วลาดิเมียร์ เบสชาสท์นิช (น. 85), 3-3 วลาดิเมียร์ ซมิเซอ์ร้ (น. 88)

ผู้ชม : 21,128 คน

กรรมการ : อันเดอร์ส ฟริสค์ (สวีเดน)

ใบเหลือง :

สาธารณรัฐเชก :พาเวล เนดเวด(น. 60),ยีรี่ เนเม็ช(น. 76)

รัสเซีย : ยูริ นิกิโฟรอฟ (น. 4), วลาดิสลาฟ ราดิมอฟ (น. 26) อุลยา ชิมบาลาร์ (น. 28), อีกอร์ ยานอฟสกี้ (น. 62)

รายชื่อผู้เล่นพร้อมหมายเลข

สาธารณรัฐเชก : ปีเตอร์ คูบ้า, 15 มิชาล ฮอร์นัค, 12 ลูบอส คูบิค, 3 แจน ซูโชพาเร็ค, 2 ราเด๊ค ลาทาล, 13 ราเด๊ค เบฌบิ้ล, 14 แพททริค แบร์เกอร์, 4 พาเวล เนดเวค, 7 ยรี่ เนเม็ช, 8 คาเรีล โพบอร์สกี้, 9 พาเวล คูคา (17 วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ น. 68)

รัสเซีย : 12 สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ, 3 ยูริ นิกิโฟรอฟ, 2 โอมาร์ เตตรัดเซ่, 20 เซอร์เก้ กอร์ลูโควิช, 18 อีกอร์ ยานอฟสกี้, 16 อีกอร์ ชิมูเตนคอฟ (17 วลาดิเมียร์ เบสชาสท์นิช น. 46), 21 ดมิทริ ค็อคลอฟ, 19 วลาดิสลาฟ ราดิมอฟ, 4 อิลยา ชิมบาลาร์ (15 อีกอร์ ชาลิมอฟ น. 67), 6 วาเลรี่ คาร์ปิน, 9 อีกอร์ โคลวานอฟ (10 อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย น. 46)

ยูโรเดือดเยอรมัน 0 – อิตาลี 0

เกมนัดนี้เยอรมันลอยตัวแล้ว แค่ประคองไม่ให้แพ้อิตาลี 2 ประตูขึ้นไปก็พอเพียงต่อการเข้ารอบ 8 ทีม สุดท้าย ส่วนอิตาลีนั้นต้องเจองานข้างถ้าหวังจะเข้ารอบร้อยเปอร์เซนต์ต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น

อิตาลีเริ่มเกมอย่างมุ่งมั่นตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีด ของผู้ตัดสินมีโอกาสหลายครั้งที่จะได้ประตู แต่ก็พลาดไป หมด โดยเฉพาะโอกาสทองสุดงาม เมื่อได้ลูกจุดโทษ แต่ จิอันฟรังโก้ โซล่า ดันยิงไปดีถูก อันเดรียส์ ค็อปเด่ เซฟ เอาไว้ได้ นี่เป็นจุดเริ่มต้น แห่งความหายนะของอิตาลีเลย ทีเดียว

แม้ว่าจะพยายามอย่างไรไนช่วงเวลาที่เหลือก็ไม่สามารถทะลวงประตูทีม “อินทรีเหล็ก” ได้ต้องยอมรับ ว่าอิตาลีโทษใครไม่ได้ในการตกรอบครั้งนี้ผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ไปเต็มๆ ก็คือ อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ ผู้จัดการทีมที่คิดสูตรโน้น สูตรนี้ มากเกินไป สับเปลี่ยนตัวนักเตะจนวุ่นวายไปหมด 11 ตัวจริงในแต่ละนัด แทบจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย แล้วมันจะหาความลงตัวไปได้อย่างไร ผลงานอันตกต่ำของกุนซือหัวใสผู้นี้ทำเอาแฟนบอลมะกะโรนีต้องผิดหวังกันแบบสุดๆ ชะตากรรมของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ยังไม่รู้

ทางด้านเยอรมัน แม้ว่าฟอร์มนี้ถ้าจะเล่นกันได้ ตากว่ามาตรฐานเอามาก ๆ ความจริงน่าจะแพ้ด้วยซ้ำ แต่ กลับเอาตัวรอดมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากจะเก่งแล้ว ดวงยังดีซะอีก หนทางข้างหน้าถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้คงจะต้องกลับมาเล่นได้ให้เท่ามาตรฐานของตัวเอง มิเช่นนั้นอาจจะน้ำตาตกก็ได้ เพราะคู่ต่อสู้ที่รออยู่นั้นเขี้ยวลากดินทุกทีม

ผู้ชม : 53,740 คน กรรมการ : กีย์ โกธาลส์ (เบลเยียม)

ใบเหลือง

เยอรมัน : โธมัส สตรุนซ์ (น.11) อิตาลี : ปีแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ (น.7)

ใบแดง

เยอรมัน : โธมัส สตรุนซ์ (น.60)

รายชื่อผู้เล่นพร้อมหมายเลข

เยอรมัน : 1 อันเดรีย์สํ ค็อปเด่, 6 มัทธอัส ซามเมอร์, 4 สเตฟเฟน ฟรอยน์ด, 19 โธมัส สตรุนซ์, 21 ดีเดอร์ ไอลท์ส, 5โธมัส เฮลเมอร์, 17 คริสเตียน ซีเก้, 10 โธมัส เฮสเลอร์, 7 อันเดรียส์ โมลเลอร์ (3 มาร์โค โบเด้ น.89), 18 เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์, 9 เฟรดี้ โบบิช

อิตาลี : 1 อันเจโล่ เปรุซซี่, 8 โรแบร์โต้ มุสซี่, 5 อเลสซานโดร คอสตาคูร์ต้า, 3 เปาโล มัลดินี่, 4 อเมเดโอ คาร์บอนี่(9 โมเรโน่ ตอร์ริเชลลี่ น.78), 17 ดีเอโก้ฟูแชร์, 10 เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี่, 16 โรแบร์โต้ ดิ มัดเตโอ (19 เอ็นริโก้ เคียซ่า น.68), 7 โรแบร์โต้ โดนาโดนี่, 21 จิอัน ฟรังโก้ โซล่า, 18 ปีแอร์ลุยจิ กาซิรากี้

เดอไซญี่ฉุนสตอยช์คอฟเหยียดสีผิว

เดอไซญี่ฉุนสตอยช์คอฟเหยียดสีผิว

มาร์กแซล เดอไซญี่ เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมแข็งแกร่ง ของทีมชาติฝรั่งเศส ออกโรงด่า ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ดาราดาวยิงของทีมชาติบัลแกเรีย ต่อกรณีที่ศูนย์หน้า ปากจัดรายนี้ พูดจาเหยียดสีผิวในการแข่งขันของทั้งสอง ทีมเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เดอไซญี่ เผยว่า เขาถูกกรรมการให้ใบเหลือง ตั้งแต่นาทีที่ 4 เพราะเขาไปเสียบสตอยช์คอฟจากด้านหลัง ซึ่งศูนย์หน้าของปาร์ม่ารายนี้ได้พูดจาหยาบคายรุนแรงใส่ เขาและเหล่านักเตะแอฟริกาคนอื่น ๆ อีกด้วย

“ในช่วง 20 นาทีแรก เขาพูดวิจารณ์ถึงตัวผม และนักเตะแอฟริกันคนอื่น ๆ ทำให้ผมไม่คิดว่าเขาเป็นนัก เตะที่ดีอีกต่อไป ผมได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ดีเกี่ยว กับตัวของเขาในการแข่งขันนัดที่ผ่านมา” เดอไซญี่กล่าว

“ผมไม่ชอบที่ผู้เล่นในระดับนี้จะมาพูดจาเหยียดสีผิวกันเขาด่าผมและพูดจาด้วยคำพูดที่รุนแรงและแย่มาก ดามความรู้สึกของผม”

ทางด้านสตอยช์คอฟก็ออกมาแก้ตัวว่า “มัน เป็นเรื่องปกติสำหรับสิงที่เกิดขึ้นในสนาม เพราะถ้าหาก คุณนำไมโครโฟนไปติดไว้ที่นักเตะทุกคน พวกเขาก็จะพูด อะไรในทำนองเดียวกับผมเหมือนกัน”

พูลยกอังกฤษเป็นเต็ง 2 หลังขยี้ดัตช์แหลก

หลังจากทีม “สิงโตคำราม” อังกฤษ โชว์ฟอร์ม ได้อย่างสวยสดงดงามด้วยการเอาชนะฮอลแลนด์ไป มโหฬารถึง 4-1 ทำให้บริษัทรับพนัน วิลเลี่ยม ฮิลล์ ของอังกฤษทำการปรับราคาพูลสำหรับการคว้าแชมป์ยูโร 96 ขึ้นมาใหม่ โดยลดราคาจ่ายของอังกฤษลงเป็นเต็ง 2 แต่เพียงผู้เดียวทันที

ก่อนหน้าที่อังกฤษจะลงดวลแข้งกับฮอลแลนด์ ทั้งสองทีมได้รับการยกย่องให้เป็นเต็ง 2 คู่กัน โดยมีราคา อยู่ที่ 5-1 คือ แทง 1 จ่าย 5 แต่เมื่ออังกฤษโชว์ฟอร์มได้ดี เช่นนี้ พวกเขาจึงลดราคาลงมาเป็น 3-1 (แทง 1 จ่าย 3) เท่านั้น

ส่วนอิตาลีถึงแม้หนทางในการเข้ารอบต่อไปจะยังไม่แน่นอน แต่พวกเขาก็ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นเต็ง 3 อยู่เช่นเดิม โดยมีราคาอยู่ที่ 6-1 ในขณะที่ฝรั่งเศสเป็น เต็ง 4ในอัตรา 7-1 และฮอลแลนด์ถูกปรับกลายเป็นเต็ง 5 ด้วยอัตรา 8-1

เลาดรู๊ปผู้พี่ท้อหนักเตรียมอำลาทีมชาติ

เลาดรู๊ปผู้พี่ท้อหนักเตรียมอำลาทีมชาติ

ไมเคิ่ล เลาดรู๊ป กัปตันทีมชาติเดนมาร์ก วัย 32 ปี ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติหลังจากจบศึกยูโร 96 ครั้งนี้ เพราะท้อแท้ที่ไม่สามารถช่วยให้ทีมเอาชนะโครเอเชียได้ ทำให้โอกาสเข้ารอบต่อไปของพวกเขาเลือนลางมาก

เลาดรู๊ปกล่าวว่า เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะช่วย เดนมาร์กทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 1998 ครั้งนี้ หรือไม่ แต่คาดว่าเขาคงยุติบทบาทในทีมชาติลงภายหลัง จากจบทัวร์นาเมนต์นี้แล้ว

การประกาศอำลาทีมชาติของไมเคิ่ลทำให้ภาระ ในการบินขับเคลื่อนของทีมโคนมตกอยู่กับ ไบรอัน น้อง ชายของเขานั่นเองโดยไบรอันจะต้องทำหน้าที่เป็นจอมทัพ นำทีมของเขาผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ ฝรั่งเศสให้ได้

สำหรับในศึกยูโร 96 ครั้งนี้ ไมเคิ่ลยอมรับว่า ทีมของเขาคงหมดหวังที่จะเข้ารอบต่อไปแล้ว หลังจากที่พ่ายต่อโครเอเชียมาถึง 3-0 แต่ในนัดสุดท้ายพวกเขาก็ จะคงเล่นอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของแชมป์เก่าไว้ เลีทช์คอฟหวังอัดฝรั่งเศสและค้าแข้งในแดนผู้ดี

ยอร์ดาน เล็ทช์คอฟ นักเตะคนสำคัญของทีม ชาติบัลแกเรียเปิดเผยว่า สิงที่เขาปรารถนามากที่สุดในช่วงนี้คือ การช่วยทีมของเขาเอาชนะฝรั่งเศสให้ได้ในนัดสุดท้ายของรอบแรก และการได้ย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษนี้ เล็ทช์คอฟ วัย 29 ปี ซึ่งขณะนี้ค้าแข้งอยู่กับ ฮัมบูร์กในเยอรมันกล่าวว่า “ผมอยากเห็นทีมของผมเอา ชนะฝรั่งเศสให้ได้ เพราะถ้าหากพวกเราเอาชนะพวกเขาได้โอกาสที่เราจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปก็มีมากขึ้น นอกจากนั้นผมก็จะยังได้ย้ายมาหาประสบการณใหม่ ๆ ในวงการลูกหนังที่อังกฤษนี้ในฤดูกาลหน้าด้วย”

เล็ทช์คอฟนั้นถือเป็นกำลังสำคัญที่มีส่วนในการช่วยให้บัลแกเรียผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายของยูโร 96 นี้ ได้และเขาก็เปิดเผยว่าเขามีบ้านอยู่หลังหนึ่งแล้วที่ลอนดอน สตอยช์คอฟ์ติดใจอยากค้าแข้งในอังกฤษด้วย

ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ดาวยิงทีมชาติบัลแกเรืย ของสโมสรปาร์ม่าให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า นิวคาสเซิ่ล เป็นเมืองที่สวยงามและมีสนามแข่งขันที่ดีมาก ภายหลัง จากมีข่าวว่า เควิน คีแกน กุนซือ “เจ้าสาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สนใจจะดึงเขามาร่วมทีมด้วย

หลังจากที่สตอยช์คอฟไม่ค่อยมีความสุขกับการ อยู่กับปาร์ม่า ประกอบกับไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้กับสโมสรต้นสังกัดของเขาได้ดีนัก จึงทำให้มีข่าวว่า เขาจะย้ายกลับมาอยู่กับบาร์เซโลน่าอีกครั้ง หลังจากที่จบยูโร 96 ซึ่งก็จะท่าให้คีแกนยื่นข้อเสนอให้เขาพิจารณาแล้วด้วย

สตอยช์คอฟกล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้ เล่นฟุตบอลที่นี้ และมันคงเป็นเรื่องที่ดีหากได้มาค้าแข้ง อยู่ที่นี่ มันคงทำให้ผมและแฟนๆ ของนิวคาสเซิ่ลมีความสุขไม่น้อยเลย ที่สำคัญถ้าเกมการแข่งขันระหว่างเรากับฝรั่งเศสจะมีแฟนๆ เข้ามาชมในสนามเป็นจำนวนมาก”

ตุรกีขอส่องประตูเดนส์ก่อนอำลายูโร

ตุรกีขอส่องประตูเดนส์ก่อนอำลายูโร

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ตุรกีจะต้องเก็บเสื้อผ้า อำลาถิ่นผู้ดีไปก่อน เมื่อพวกเขาทำผลงานได้ยาแย่แพ้ถึง 2 นัด ไนการแข่งขันยูโร 96 รอบแรก จึงต้องตกรอบไปก่อน แต่พวกเขาก็ปรารถนาที่จะโชว์ผลงานให้ดีเป็นการปิดท้าย ด้วยการยิงประตูทีมเดนมาร์ก “แชมป์เก่า” ให้ได้

ฟาติห์ เตริม โค้ชของตุรกีกล่าวว่า “เพียงแค่การ ผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้นี้ก็ทำให้ผู้คนทั่วไปรู้แล้วว่า เราสามารถจะเข้าถึงในเกมฟุตบอลได้ และผมก็อยากให้ทุกคนรู้ว่าเราไมใช่ทีมที่โชคดีที่สามารถผ่านเข้ามาได้ แต่เราเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่ง ซึ่งนัดสุดท้ายนี้เราจะยิง ประตูเดนมาร์กให้ได้ เพราะมันคงทำให้ผมมีความสุขมาก หากในนัดสุดท้ายนี้เราสามารถเอาชนะพวกเขาได้”

สำหรับทางด้านของแฟนบอลชาวตุรกีราว 15,000 คน ที่มักจะพกนกหวิดเข้าไปเป่าในสนามด้วยนั้น ก็ได้รับการชื่นชมว่า ทำตัวได้อย่างสุภาพไม่สร้างความวุ่นวายใด ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่

รอบแรกกลุ่มซี : 16 มิ.ย. 96 โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด , แมนเชสเตอร์

เยอรมันหั่นหมีขาวขาดสามท่อน

เยอรมัน 3 – รัสเซีย 0

เยอรมันไม่เสียทีเป็นเยอรมัน! นัดนี้ขุนพล “อินทรีเหล็ก” โชว์ฟอร์มสมราคาทีม “เต็งหนึ่ง” ที่จะคว้าแชมป์ โดยเฉพาะ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นศูนย์หนาระดับโลกอย่างแท้จริง กับจังหวะกระชากหนีกองหลังรัสเซียเข้าไปปั่นไซด์ก้อยด้วย มือขวาเสียบสามเหลี่ยมอย่างสุดงาม